วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

6 reasons why Thai fashion is taking off

Thailand is well known as a popular tourist destination, but in recent years it's also started turning heads in global fashion circles.
Fashion Asia's Margaret Zhang recently explored the colour and buzz surrounding some of Bangkok’s fashion hotspots, and discovered the reasons behind its spectacular rise to style stardom.
1. Food and fashion are becoming best friends
Food and fashion are becoming best friends
Margaret devours a meal before embracing some fashion, source: Australia Network
A number of Thai designers are tapping into shopping mall fatigue and setting up their boutique collections alongside restaurants or stimulating caffeinated brews.

Rising international fashion star Kem Issara said she wants to create a unique experience for those who stumble upon her brand.

“This used to be a café, but I kind of turned it around to become a café and fashion.

“I think I kind of like that because it gives you a bit of a change from shopping in a department store… with a café it helps me to make a lifestyle other than just shop and go.

Image Title
Margaret trying on some clothing at a fashion cafe, source: Australia Network

“Bangkok is really booming right now… But I think the competition makes you stronger, it makes every brand more distinctive because you wouldn’t want to be like somebody else,” she says.
2. What starts on the beach ends up on the catwalk
What starts on the beach ends up on the catwalk
Boardshorts awaiting a savvy purchaser, source: Australia Network
As tourists flock to Thailand’s beaches, it’s only natural that the swimwear found resting on the country’s idyllic sands would start to catch on worldwide.

Designer and retailer Pow Foongfaungchaveng says it makes sense for Thailand to lead the world in beachside fashion.

“I always think that every country that has great beaches [has] great swimwear.”
3. The ‘Made in Thailand’ tag is being re-invented
The ‘Made in Thailand’ tag is being re-invented
Margaret Zhang checking out some trendy boardshorts, source: Australia Network
Thailand’s new designers are keen to shake off the notion Thai fashion is cheap and plentiful, and replace it with the hallmark of global signature labels: quality over quantity.

Pow Foongfaungchaveng says customers expect the best from garments produced in Thailand.

“ ‘Made in Thailand’ will never have connotations the same way as ‘made in France’ or ‘made in Italy’.

“[But]we are not as mass as ‘made in China’ or ‘made in India’.

“We’re rebranding the country as ‘made in Thailand’ [to signify] good design,” he says.
4. Hip Thai accessories have become a key to jaw-dropping fashion
Hip Thai accessories have become a key to jaw-dropping fashion
Margaret Zhang trying on some Thai sunnies, source: Australia Network
It’s not all about the dress or shirt you’re wearing. It’s as much about how you accessorise it, and Thailand doesn’t disappoint with a host of designers providing the perfect range of accessories to dress an outfit up or down.

And what should you be looking out for this season? New takes on frames and the humble handbag to update your look.

Inspired by visiting English teahouses, Moo Piyasombatkul started a sunglasses line with intricate artwork adorning the rim.

Image Title
Boutique bags to go with those slick shades, source: Australia Network


Jesse from Boyy Boutique co-runs a fashion café catering to those in the market unique bags.

“We wanted to do masculine bags… fortunately through all my music connections I actually had fashion connections,” he says.
 
5. Thailand’s fashion knows its roots
Thailand’s fashion knows its roots
Royal fashion exhibition in Bangkok, source: Australia Network
Central to Thailand’s culture is the rich history of the country’s royal family.

To promote local techniques, Queen Sirikit took a global tour wearing traditional Thai dress and then opened an exhibition showcasing traditional textiles.

Project Manager Piyavara Teekara says the display garnered interest across the globe.

“This month we invited the Vogue Magazine crew with the editor-in-chief and one of their designers.”

More on the Queen Sirikit Museum of Textiles.
6. Markets are providing fabulous fashion finds
Markets are providing fabulous fashion finds
Margaret explores one of the many markets in Bangkok, source: Australia Network
Bangkok markets are a hotbed for those looking for a fashion score to boast about.

Margaret took an afternoon to discover the Chatuchak Sunday Market with fashion guru Chalisa Viravan.

“Sometimes you can find something that is so current, that you’ve just seen on the runway and then it’s just right here,” Viravan says.
 
And for more cutting edge fashion and style, head across to the Australia Network’s

CHIC ARTICLE : THAI FASHION WITH AFTA

             เบื้องหลังของคำว่า ” Fashion ” นั้นมากกว่าสิ่งที่เราเห็นโดยทั่วไป เปรียบFashionเป็นดั่งเส้นผม กระบวนการผลิตก็คงเป็นเหมือนภูเขา ที่เส้นผมบังซะมิดจนเรามองเห็นเพียงผมเส้นบางๆเท่านั้น การผลิตเสื้อผ้า การคัดสรรวัตถุดิบ การจัดส่ง ก็คงเป็นรากฐานที่สำคัญของภูเขาที่ขาดไม่ได้หากผิดพลาดเพียงเล็กน้อยภูเขาใหญ่อาจทรุดตัวลงง่ายๆ การที่ไทยจะเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ ที่เรียกง่ายๆว่า ” AFTA ” มีผลอย่างใหญ่หลวงกับประเทศไทยทั้งหลากหลายวงการใหญ่น้อยที่สะเทือนกันไปหมด เช่น วงการจอมปลอมอย่าง ” Fashion ” ที่เก่าไปใหม่มามีอะไรที่เอาแน่เอานอนไม่ได้สักอย่าง ก็มีผลกระทบกับการเปิด AFTA ในปี58 นี่ด้วยเหมือนกัน จะว่าไปแล้ว ก็มีทั้่งข้อดีและข้อเสียคละเคล้ากันไป เอาข้อดีกันก่อนก็ละกันเดี่ยวจะได้รับรสอันแสนขมในอีกไม่ช้า การที่ไทยเปิด AFTA ถือเป็นการที่เปิดประเทศสมาชิก อาเซียนด้วยเหมือนกัน การส่งออกเสื้อผ้าในนามคนไทยไปยังประเทศต่างๆในอาเซียนก็ทำได้ง่ายขึ้น เพราะภาษีที่เรียกเก็บนั้นน้อยซะจนเหมือนจะไม่เก็บเลย การหาวัตถุดิบที่ดีกว่า ราคาที่ถูกกว่า แรงงานที่ดีและค่าแรงน้อยๆ ก็เป็นปัจจัยที่ดีที่ส่งเสริมให้ต้นทุนน้อยลง คุมค่าที่จะลงทุนและทำให้ผลิตภัณฑ์แลดูมีคุณค่ามากขึ้น การที่หาวัตถุดิบที่หาได้ง่ายๆ ราคาถูกๆ กำลังทำให้ฝันนั้นหวานเลย  แต่ วัตถุดิบที่ดีๆส่วนมากอยู่ที่ ” ไทยหรือ ” ในเมื่อคนไทยใช้ไปและไม่คิดจะกลับมาทดแทน  ของราคาูถูกจะมีที่ ” ไทยหรือ ” ในเมื่อคนหาเช้ากินค่ำยังบ่นว่าของแพงอยู่เลย แรงงานที่ดีและค่าแรงน้อยๆจะมีที่ ” ไทยหรือ ” ในเมื่อค่าแรงขั้นต่ำยังจะปรับขึ้นเป็น 300 บาทอยู่เลย  เราควรมองเราสำรวจตัวเองและพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้ดีให้สมกับเงินที่ได้เสียไป มิเช่นนั้นในปี 58 ฐานการผลิตส่วนใหญก็โยกย้ายไปผลิตที่ประเทศเพื่อบ้านแทนทั้งวัตถุดิบที่มีคุณภาพและมีให้ใช้อย่างไม่จำกัด ค่าแรงงานที่ถูกกว่าเป็นไหนๆไม่แน่เสื้อแบรนด์ไทยในอนาคตลูกหลานเราอาจได้ใส่เสื้อที่ป้าย Tag เป็น Made in Myanmar ก็เป็นได้
               “ถ้าประเทศเรายังไม่พัฒนา และยังใช้ชื่อเรียกง่ายๆว่าประเทศโลกที่3ต่อไป ผ้าไทยก็เหมือนทอด้วยพลาสติกราคาถูกๆ “


             ไทยกับนิยามคำว่า ” Fashion ” ดูเหมือนคนไทยจะคิดว่าเป็นการลอกเลียนแบบการแต่งกายของชาวต่างชาติซะมากกว่าทั้งๆที่ในต่างประเทศนั้นมีถึง 4 ฤดู แต่เมืองไทยกลับมีแค่ 3 ฤดู แล้วฤดูหนาวอากกาศยังเย็นไม่ถึงฤดูร้อนของเมืองเขาได้เลยแล้วจะใส่ตามกับทำไม ในเมื่อหนาวแค่ 3 วัน ที่เหลือก็ร้อนกันทั่วหน้า แล้วจะใส่ Autumn Winter เพื่ออะไร แต่ถ้าสำหรับบุคคลที่มีเงินเหลือที่จะใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน(หรือคนรวยนั้นเอง) การที่เขาซื้อ จะใส่อะไรก็ได้ทั้งนั้น โดยไม่คำนึงนึงสภาพอากาศที่ร้อนจนพลาสติกแทบจะละลาย เพราะการแต่งกายก็เป็นเครื่องแสดงฐานะของบุคคลหรือจะให้เขาใจง่ายๆก็เหมือน ” รักแรกพบ ” ที่เมื่อเจอครั้งแรกต้องตกตะลึงกับความสวยงามของเสื้อผ้าที่อยู่บนเรื่อนร่างเหล่าเศรษฐีทั้งหลาย กลับมาที่คำว่า ” Fashion ” ในนิยามของคนไทยที่ชอบแต่งกายเลียนแบบดารา หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง อยากใส่แบบดาราคนนู้น คนนี้ โดยที่เงินในกระเป๋ายังมีพอที่จะซื้อกระเป๋า เสื้อผ้า เหล่านั้นได้เลย เหตุผลง่ายๆเหล่านี่เลยเป็นต้นเหตุของการ ” Copy ” แบบเสื้อผ้า แบบกระเป๋าให้ได้หาซื้อกันแบบถูกๆ ง่ายๆ ทั้งแบบ A AA AAA หรือแบบ Mirror โดยที่ไม่ต้องเดินหาตามห้างสรรพสินค้าให้เมื่อยขากันเปล่าๆ คนประเภทนี่น่าจะเรียกได้ว่า ” รสนิยมสูง แต่รายได้ต่ำ ” แต่ก็ว่าไปบุคคลเหล่านี้แหละที่ทำให้เศรษฐกิจไทย นั้นได้ขยับเขยื้อน กระจายรายได้สู่ชนชั้นต่างๆ แต่ถ้าคนไทยคิดที่จะจะรังสรรค์สิ่งใหม่ๆให้เป็นเอกลักษณ์ของตนเองโดยที่มีความเป็นสากล ไหนเลยคนไทยจะไม่สนับสนุนของไทย ถ้าผลงานนั้นสวยงาม น่าใช้ ก็จะเป็นที่ต้องการทั้งในและต่างประเทศอย่างหลายแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จกันนักต่อนัก
       ” Fashion ไทย ถ้าไม่มีความเป็นไทย ก็เหมือนชฏาที่ตกแต่งด้วยลูกไม้ปลอม “

11 วิธีในการทำให้ชีวิตมีความสุข Happy Tips

ชีวิตคนเรานั้นมันช่างแสนว้าวุ่น ชุลมุนไปด้วยปัญหาหลากหลายสารพัด แค่เรื่องของตัวเราเองก็ปวดหัวพออยู่แล้ว ไม่พอยังจะมีปัญหาดราม่าจากคนอื่น ๆ รอบข้างเข้ามาให้ได้คิดอยู่เสมอ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องรัก เรื่องงาน เรื่องเงิน ไหนจะการบ้านการเมืองอีกเป็นโขยง แต่อย่าเพิ่งกลุ้มใจไปครับ ลองทำใจให้สบายแล้วอ่านแนวทางเหล่านี้ดู เป็นแนวทางง่าย ๆ ในการใช้ชีวิตให้มีความสุข โดยไม่ต้องหันไปพึ่งพายาเสพติด (ขนาดนั้น)

1.ตั้งเป้าความสุขให้กับตนเอง

อันดับแรกคงต้องหยุดคิดแล้วตั้งเข็มทิศของชีวิตให้แน่วแน่เสียก่อน เพื่อเป็นการกำหนดทิศทางของวันข้างหน้าอย่างชัดเจน ณ ตรงนี้เราคงต้องถามตัวเองเสียทีว่าเราทำอะไรแล้วมีความสุข และอะไรนั้นควรจะเป็นสิ่งที่ไม่เบียดเบียนใครด้วยถึงจะดี เมื่อคิดได้แล้วก็ลองตั้งใจให้ทุกวันข้างหน้าของเรามันกลายเป็นหนทางที่จะนำไปสู่สิ่งนั้น สิ่งที่เราสามารถทำได้อย่างมีความสุข ทั้งนี้แม้ว่าจะยังไม่ถึงจุดหมาย แต่เราก็จะเดินไปในทิศทางนั้นได้อย่างมีความสุขและเปี่ยมพลังแห่งศรัทธาก็พอ เช่นว่า เราอยากจะไปเที่ยวม่อนแจ่ม เราก็จะเก็บตัว เก็บตัง ตั้งใจทำงานและหาเงิน หาเวลาไปให้ได้สักครั้งนะโออิชิ อย่างนี้เป็นต้น

2.ลด ละ เลิก (ไม่ยึดติด)

ณ จุด ๆ นี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีของความสุขเลยทีเดียว เพียงแค่เรา ลด ละ เลิก ในสิ่งที่จะนำไปสู่การจะทำให้เราไม่สบายกาย สบายใจก็หยุดมันเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ ถือเป็นการตัดไฟต้นลม อะไรที่ทำแล้วไม่มีความสุขก็อย่าไปทำมันเสียเลย อาทิว่า เราจะไปขอเบอร์สาวโต๊ะข้าง ๆ แต่เหลือบไปเห็นคุณแฟนของเธอเสียก่อน ก็ควรจะยุติความคิดอันจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและจิตใจของเราเสียจะดีกว่า อันนี้ยังรวมไปถึงการทำใจให้พริ้วไหวอย่ายึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันจะไม่เกิดประโยชน์อีกด้วย ทางดนตรีนั้นเขานิยามแนวคิดลักษณะนี้ว่า อิมโพรไวส์ คือให้แก้ไขไปตามเกม อย่าไปยึดถือยึดติด อย่าคิดแบบมีอีโก้ ไม่โก้จริง ๆ เดี๋ยวจะมองไม่เห็นวิธีแก้ไข ซึ่งบางครั้งมันง่ายมากแทบไม่ต้องคิด แบบที่ลุงบลูซ ลี บอกเอาไว้ว่า Be water. My friend ไงครับ ล้ำเลิศจุง
 

3.ใช้ชีวิตบนทางสายกลาง (พอเพียง เพียงพอ ใช้ชีวิตแบบง่าย ๆ )

ทุกวันนั้นถึงวันนี้พวกเราพี่น้องชาวไทย ใช้ชีวิตกันแบบชิดซ้ายและแนบขวากันมากเกินไปหรือเปล่า ไม่มีลิมิตแบบนี้ชีวิตเหนื่อยเกินร้อยแน่ ๆ ครับ อะไรที่สุดโต่งเกินไปมักจะไม่สบายตัว สบายใจ อย่างเช่น หากเราใช้จ่ายระเริงปาร์ตี้กันทุกวัน สักวันเงินก็คงสูญหายไม่เหลือให้กลายเป็นมรดก แต่ถ้าเราแปลงร่างเป็นมนุษย์สุดประหยัดกินแต่ผัก กินแต่หญ้าแถวบ้านทุกวี่วัน จนร่างกายสูบผอม เงินที่สะสมมาก็คงไม่ทันใช้เรื่องอื่นนอกจากเอามารักษาตัวเอง คิดจะทำอะไรก็เช่นกัน อย่าโชว์พาวเยอะจะดีกว่า ลงทุนลงแรงอะไรก็อย่าเยอะ ค่อย ๆ ไปทีละน้อย เมื่อเห็นว่ามีกำไรดีขึ้นก็ค่อยเพิ่มค่อยขยาย ทางสายกลาง พอดี ๆ จะดีที่สุด มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้เหลือให้เก็บ

4.อย่าทำอะไรที่จะเป็นการประชดชีวิต

การประชดชีวิตไม่ว่าจะกับคนรอบข้างหรือกับตนเองส่วนใหญ่แล้ว เกือบ 100 % มักจะมีแต่เรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ต่อยน้ำ ขวิดกำแพง แซงสิบล้อ ทำหน้างอ ขว้างหินใส่ตุ่ม ผสมปูนกับน้ำหวาน ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่โอทั้งสิ้น เมื่อใดก็ตามที่เกิดอารมณ์หุนหัน อยากจะพลันแล่น ลองกลั้นใจแล้วนับ 1 ถึง 10 ในใจดู บางทีคุณอาจจะอารมณ์ดีขึ้น (ถ้าไม่ดีขึ้นให้นับไปถึง100 ถึง 1,000 หรือ 10,000 ดูนะครับ :D) ทุกอารมณ์ที่จิตใจเราคิดออก มันสงบความรุนแรงได้ เมื่อเวลาผ่านไป
 

5.ฝึกที่จะมองโลกในแง่ดี (และยิ้มให้คนอื่น)

การมองลองในแง่ดีนี่มันดีจริง ๆ นะครับ มันเหมือนการตัดไฟของปัญหาแต่ต้นลม ไม่ให้ลามเป็นไฟไหม้ทุ่งในจิตใจของเรา ผมเข้าใจว่าบางครั้ง สำหรับบางคนมันอาจจะยาก แต่ถ้าเราฝึกทำบ่อย ๆ ก็จะง่ายขึ้นครับ มันจะเป็นอัตโนมัติเองในเวลาต่อไปโดยที่เราไม่ต้องไปฝืนมันเลยทีเดียว เมื่อจิตใจเราดีแล้ว ต่อไปก็ลองแสดงออกให้คนรอบข้างรับรู้บ้างด้วยวิธีการง่าย ๆ อย่างการยิ้มให้ หากพวกเราทุกคนร่วมกันทำอย่างนี้อย่างจริงใจจนเป็นนิสัย ผมเชื่อว่าสักวันโลกมันคงเปลี่ยนไปในแง่ดีได้ของมันเอง  

6.หาเวลาออกกำลังกาย

การไม่มีลาบ เอ๊ย ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ อันนี้ผมอยากคอนเฟริม์ จากที่แต่ก่อนนั้นผมเคยสูบบุหรี่จัด ทำมานานก็ไม่เห็นเป็นไร อยู่มาวันดีคืนดีหายใจลำบากซะงั้น มีอาการเจ็บหน้าอกบริเวณใต้หัวใจ ถึงขั้นที่นอนหลับอยู่ยังสะดุ้งตื่นเพราะหายใจไม่ออก หรืออาการ ไอเจ็บคอ เป็นหวัด นี่ก็บ่อย จนต้องพยายามเลิก หักดิบมันซะอย่างนั้นเลย แรก ๆ นี่หงุดหงิดมากมาย พอหลังจากสองอาทิตย์ผ่านไป ก็ไม่นึกถึงมันแล้วล่ะครับ(ผมสูบมาเกิน10ปี) จากนั้นผมก็หันมาออกกำลังกายแทน ซึ่งก็เป็นฟิตเนตและปั่นฟิกเกียร์เป็นหลัก (แต่ฟิกเกียร์ช่วงหลังเริ่มไม่ค่อยมีเวลาเพราะผมทำงานทุกวัน แต่มีดัมเบลไว้ยกที่ออฟฟิศครับ)  ผลก็คือร่างกายแข็งแรงขึ้นอย่างรู้สึกได้ กล้ามเนื้อก็มาตามที่เรายก ตามที่เราออกกำลังกาย แม้จะไม่ถึงขั้นส่งตัวเองเข้าประกวดชายงาม แต่ก็รู้สึกดีและภูมิใจมากครับ แค่เราไม่กลับไปสูบบุหรี่ก็กรี๊ดให้ตัวเองมากแล้ว ส่วนใครที่ยากจะเลิกบุหรี่ หรืออะไรที่ไม่ดี ก็ขอแนะนำให้ทำเลยนะครับ และหันมาออกกำลังกายซะ เอาให้เหนื่อย ให้เหงื่อออกเยอะ ๆ ร่างกายจะบอกเราเองว่าอะไรควร อะไรไม่ควรครับ

7.ตั้งใจทำงาน ไม่ก็หางานอดิเรกทำ (ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ ก็ได้)

การตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายตามตำแหน่งหน้าที่เป็นอย่างดีนั้น นอกจากจะช่วยให้คุณมีสกิลการทำงานที่สูงขึ้นแล้ว ยังจะนำความเจริญในสายอาชีพของตนมาให้อีกด้วย อย่างไรก็ดีหากคุณยังไม่ต้องแบกรับภาระอันใหญ่ยิ่งนี้ ยังไม่ถึงวัยทำงาน การหากิจกรรมงานอดิเรกมาทำก็จะช่วยให้คุณเพลิดเพลินมีความสุขได้เช่นกัน ให้ทุกวันของคุณมีเป้าหมายที่จะทำอะไร และลงมือทำมันอย่างตั้งใจ ผลสำเร็จของความมานะมานีปิติชูใจจะช่วยให้คุณฟินแอนด์แฮปปี้ได้เช่นกันครับ

8.หาเวลาไปพักผ่อน ไปเที่ยวบ้าง อะไรบ้าง

เมื่อคุณเหน็ดเหนื่อยกับชีวิต หมดแรงไปกับการทำงานอย่างเอาเป็นเอาตายจนสายตัวเหมือนจะขาดไปแล้วหลายรอบ การหาเวลาไปพักผ่อนรีแล็กซ์เสียบ้าง จะช่วยให้คุณพาวเวอร์ฟูลได้อีกครั้ง ลองไปเที่ยวต่างประเทศ ต่างจังหวัด หรือต่างอำเภอก็ได้เท่าที่เวลาของคุณจะอำนวย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาตินั้นจะดีอย่างยิ่ง การกลับเข้าหาธรรมชาติจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจของคุณได้รู้สึกผ่อนคลายอย่างเต็มที่ เก็บเรื่องหนัก ๆ เอาไว้ที่บ้าน ส่วนข้างหน้าให้มีแต่ความสุข สนุก จากการท่องเที่ยวจะดีกว่า

9.ใช้สติในการแก้ไขปัญหา (ใช้ปัญญาค้นหาทางแก้)

หลายครั้งเมื่อมีปัญหาแล้วเราแก้ไม่ได้ มันจะยิ่งพาให้เราทุกข์ระบมไปทั้งหัวใจ มองไปทางไหนก็ไม่เห็นใครจะช่วยได้ ไปทำอะไรก็ไม่มันส์ เมื่อนั้นแล ชาวโลกเอ๋ย ให้ลองย้อนกลับมาก้มมองดูที่หน้าอกตัวเองจะเห็นเพื่อนแท้ ซึ่งนั้นก็คือตัวของเราเองผู้ที่ไม่เคยหนีไปไหน (ถ้ามันหนีได้มันอาจจะหนีไปแล้วเหมือนกัน 555) ทีนี้ให้ลองนั่งเงียบ ๆ ใจเย็น ๆ ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้สมองที่มันล้าได้พักก่อน “เพราะขั้นแรกของการแก้ปัญหา คือการไม่เพิ่มปัญหา” ทีนี้เมื่อใจสงบ ลองทบทวนปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ ดูว่าปัญหานั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ปัญหาเกิดที่ไหนก็แก้ที่นั่น ทีละจุดว่ากันไป ไม่มีเงินก็ต้องทำงาน ต้องประหยัด เจ็บไข้ก็รักษา เมื่อแก้ไขได้แล้วความสุขก็จะกลับมา และทุกอย่างก็จะกลายเป็นโกโก้ครั้น

10.ฝึกที่จะรู้จักแบ่งปันให้ผู้อื่น

อีกหนึ่งความสุขที่คู่ควรจะอยู่คู่กับโลกใบนี้ตลอดไปนั่นคือ ความสุขที่ได้มาจากการให้ นับเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีผู้ให้และผู้รับ ปรัชญาหนึ่งกล่าวไว้ว่า จงขอบคุณผู้รับที่ทำให้เรามีโอกาสเป็นผู้ให้ ผู้ให้ย่อมได้มากกว่าผู้รับ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการแบ่งปันนะครับ ไม่มีต้องเป็นของมีค่ามากมายก็ได้ สำคัญกว่าคือความตั้งใจดีที่จะแบ่งปันผู้อื่นมากกว่า

11.ไม่เก็บเรื่องที่ไม่จำเป็นมาคิด (อย่าทำเรื่องนิด ๆ ให้เป็นเรื่องใหญ่)

เกิน 50% ของเรื่องที่เราคิดมักจะเป็นเรื่องเรื่อยเปื่อย ไม่มีประโยชน์ แต่ก็มักจะไม่ได้เป็นอันตรายต่อเรา ทำนองว่าคิดไปชิล ๆ ขำ ๆ ไม่เดือดร้อนใคร และมีอีกเกิน 50 % ที่มักจะเป็นการกลุ้มใจจากปัญหาที่ยังไม่เกิดขึ้นมาคิด ตีโพยตีพาย ต่าง ๆ นานา บางคนคิดจนทุกข์ คิดจนลำบาก อันนี้ก็ต้องระวัง เรื่องบางเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของเรา เป็นเรื่องของชาวบ้านเขา ยิ่งไม่ควรเก็บมาคิด อย่างแฟนของเพื่อนเขาบอกเลิกกัน ไม่ใช่บอกเลิกเรา อย่าไปเก็บมาคิด อย่าไปทุกข์กับเขา คอยให้กำลังใจเขาเสียจะมีประโยชน์กว่า เมื่อหมดภาระหน้าที่เพื่อนหมดปัญหาจะปรึกษา ก็ปล่อยปัญหาทิ้งไว้ตรงนั้นอย่าเอากลับบ้านด้วยจึงจะดี

แฟชั่นชุดทำงานผู้หญิง Work Clothes for Women

Working Women จำนวนมากในยุคนี้ให้ความสำคัญมากสำหรับ การเลือกชุดทำงานให้เข้ากับบุคลิก ลักษณะงาน หรือสไตล์ส่วนตัว อีกทั้งการเลือกใส่ชุดทำงานสวยๆ คล่องตัวเพื่อออกไปทำงาน 
ยังสร้างความมั่นใจ และเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆน้อยๆทำให้สาวๆ อยากออกไปทำงานอีกด้วย         
BenManhireFashion จะนำแฟชั่นชุดทำงานที่อยู่ในกระแสสมัยนี้ รวมถึงเสนอการ mix & match ชุดทำงานที่มีอยู่กับไอเท็มพิเศษต่างๆ และแฟชั่นชุดทำงานมาให้สาวๆได้ศึกษาและเป็นแนวทางในการแต่งตัวให้สวยเก๋มากขึ้นค่ะ

เสื้อผ้า Must Have ที่สาวๆวัยทำงานควรมีไว้ในตู้เสื้อผ้า

 เสื้อผ้าที่ควรมีไว้ในตู้เสื้อผ้าหลักๆแล้วจะเป็นเสื้อผ้าที่สามารถสวมได้ทุกสถานที่และทุกโอกาส รวมใส่ในงานที่เป็นทางการ หรือการสัมภาษณ์งานเป็นต้น โดยเลือกใช้แบบที่เรียบง่าย ดูดี สะอาด ควรเลือกใช้สีที่เป็นมาตรฐานและเป็นสีสุภาพเช่น สีขาว สีดำ สีน้ำเงินเข้ม สีฟ้า สีเทา สีน้ำตาล เป็นต้น
ได้แก่     

-  เสื้อเชิ้ตแขนยาว โดยเฉพาะเชิ้ตขาว

-  กระโปรงทรงเอสี ดำ เทา น้ำเงินเข้ม

-  สูทเข้ารูป ที่คุณใส่แล้วสบายตัว ไม่หลวมหรือรัดจนเกินไป

 

-  กางเกงผ้าขาตรงยาว

Black Dress เดรสสีดำเรียบๆสักตัว

 
-  Accessory ต่างหูชนิดติดหูสีสันไม่ฉูดฉาด เช่นไข่มุก เพชร เป็นต้นค่ะ, นาฬิกาสายเงิน หรือสายหนังสีเรียบๆ, รองเท้าส้นสูงหุ้มส้นสีดำ และควรใช้กระเป๋าหนังที่ดูดีขนาดพกพาสะดวก (เก็บถุงผ้า กระเป๋าใบใหญ่ยักษ์ไว้ก่อนนะคะ)

กระโปรงทรงดินสอ

Hot มาแรงกับแฟชั่นกระโปรงทรงดินสอ เอวสูงความยาวประมาณเข่า ทำให้สาวๆดู เป็นมืออาชีพ ทันสมัย สามารถทำให้คุณดูดีขึ้นทันที อีกทั้งพรางสะโพกที่ต้องการปกปิดได้เป็นอย่างดี ผู้นำแฟชั่นสุดฮ็อตนี้คือ เจ้าหญิงเคทมิเดตั้น ที่มักจะสวมกระโปรงทรงนี้ออกสื่อเสมอ กระโปรงทรงดินสอจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ชุดทำงานของคุณดูมีสไตล์ขึ้น ปราดเปรียวทันสมัย ส่วนการเลือกแบบหรือสีสันนั้นตามที่คุณชอบเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสีหวานพาสเทล หรือสีเข้ม กระโปรงทรงดินสอไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนค่ะ
 

ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น ด้วยกระโปรงทรงทิวลิป

เสื้อแต่งคอ ระบายที่คอ  

เพิ่มความหน้าสนใจให้กับเสื้อของคุณ ด้วยเสื้อที่ตกแต่งพิเศษหรือเพิ่มดีเทลที่คอเสื้อหรือปกเสื้อ ทำให้ดูเป็นคนใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ

 Dress  

ชุดเดรสสวยๆ อาจจะเป็นลุคสวยหรูทันสมัย หรือเก่งปราดเปรียว หรือน่ารักสดใส สามารถสร้างด้วยเดรสเพียงตัวเดียว เดรสเป็นตัวเลือกสำคัญในบรรดาชุดทำงานของสาวๆ สวมใส่ง่าย ไม่ต้องคิดแมทเสื้อกับกระโปรงให้ยุ่งยาก ตัวเดียวอยู่ค่ะ

Mix & Match เสื้อตัวสวยกับกางเกงผ้า

สมัยนี้ผู้หญิงสามารถใส่กางเกงไปทำงานได้ ยิ่งทำให้ทางเลือกการแต่งตัวสาวๆเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งข้อดีของการใส่กางเกงไปทำงานคือ บุคลิกที่ดีขึ้น กางเกงทำให้ขาของคุณดูยาวขึ้น และสะดวกคล่องตัว สาวๆที่ทำงานเคลื่อนที่จึงเลือกที่จะใส่กางเกงมากกว่า

แฟชั่นลูกไม้

ลูกไม้สมัยนี้ไม่ได้ดูแก่แล้วนะค่ะ ยิ่งทำให้ดูเซ็กซี่ สวยหวาน
 

ชุดทำงานสีสันสดใส

สีสันสดใสเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้แก่ออฟฟิศและตัวคุณเอง ทำให้ดูเป็นคนมีชีวิตชีวาและกระตือรือร้น  ดูอ่อนกว่าวัยด้วยนะคะ สาวออฟฟิศไทยที่ทันสมัยมักจะเลือกหนึ่งวันในการใส่เสื้อผ้าที่มีสีสัน หรือลวดลาย เพื่อเลี่ยงความจำเจให้กับชีวิตการทำงาน
(Trick: ควรเลือกสีสันเด่นๆชิ้นสำคัญให้ดูโดดเด่น หรือกระโปรงทีมีลวดลาด แต่ถ้าหากคุณต้องการความน่าเชื่อถือสีสันหรือลวดลวยควรแทรกด้วยสีเข้มเช่นสีดำหรือสีน้ำเงินเข้มเป็นต้นค่ะ)

Accessory

หากคุณจัดเต็มในเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมแล้ว เครื่องประดับก็ไม่ต้องเลือกใส่เพียงชิ้นเดียวให้ชุดคุณดูเด่นกว่า แต่บางครั้งคุณอาจจะแต่งตัวเรียบๆ แต่การมีเครื่องประดับที่ทำให้เสื้อผ้าเรียบๆของคุณดูเด่นและมีอะไรมากขึ้นเลยทีเดียว โดยเฉพาะสาวๆที่มียูนิฟอร์มของบริษัทหรือสวมชุดเครื่องแบบขององค์กร การเพิ่มเครื่องประดับเล็กๆน้อยๆก็ดูดีไม่เบาเลยทีเดียว
สร้อยคอ จะเห็นได้ในหนังเกาหลีสาวๆออฟฟิศยุคใหม่มักจะสวมสร้อยคอสวยๆ ดีไซน์เก๋ กับเสื้อเชิ้ตคอปกธรรมดา ทำให้ดูดีมากขึ้นกว่าเดิม
 
ผ้าคลุมไหล่ หรือผ้าพันคอ อากาศในออฟฟิศนั้นชอบเปิดแอร์จนหนาว หรือพักเที่ยงสาวๆออกไปกินข้าวหรือซื้อกาแฟต้องเผชิญกับแสงแดดจัด ผ้าคลุมไหล่ช่วยได้ทั้งกันแดดกันหนาว และควรเลือกให้เหมาะสมกับชุดที่คุณใส่ด้วย ยังสามารถผูกกับคอเสื้อและกระเป๋าให้เก๋มากกว่าเดิมด้วยค่ะ
กระเป๋าคลัชเก๋ๆ ไว้เปลี่ยนไปช้อปปิ้ง พักกลางวัน หรือเปลี่ยนหลังเลิกงงานก็ได้ค่ะ
เรื่อง Aey
ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest และ Internet

10 อันดับนักฟุตบอลสุดหล่อ 2014 Handsome Football Players

กระแส World Cup 2014 มาแรงขนาดนี้ เราก็ไม่ตกเทรนด์นำเสนอนักฟุตบอลหล่อกระชากใจสาวๆ ให้กระชุ่มกระชวยต้อนรับฤดูกาลใหม่ แม้ว่าบางคนอาจจะไม่ได้เตะในศึก World cup บราซิล 
แต่ความหล่อนั้นไม่ทำให้หลุดโผไปได้ นักฟุตบอลหล่อๆมีมากมาย แต่เราตะมานำเสนอเพียง 10 อันดับเท่านั้น ปล.ไม่ได้เรียงลำดับนะคะ มีขวัญใจใครใน 10 อันดับนี้บ้างไปดูกันเลยค่ะ

1. คริสเตียโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo) อายุ 29 ปี 

โรนัลโด เชื่อเล่น CR7 นักฟุตบอลสัญชาติโปรตุเกส ราชันชุดขาว สโมสรเรอัลมาดริด ด้วยส่วนสูงสูง 183 เซนติเมตร พร้อมกับหุ่นล่ำบึกก็กินขาดแล้ว ผิวสีแทน หล่อแบบมาดกวน หล่อสมาร์ทแบบนักกีฬา บุคลิคดี ดูเป็นผู้นำและมีความสามารถ ไม่มีรอยสักเพราะเขาต้องการบริจาคเลือดทุกๆ 6 เดือน ไม่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ หล่อไปค่ะ

2. อารอน แรมซี่ (Arron Ramsey) อายุ 24 ปี

สุดหล่อคนนี้ไม่ตกโผนักฟุตบอลที่หล่อที่สุดของโลกไปได้ Ramsey จากสโมสรปืนใหญ่อาเซนอลหนุ่มหล่ออายุน้อยที่พัฒนาความสามารถและดูเหมือนจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะช่วงหลังปี 2013 ด้วยบุคลิกที่หล่อระดับบอยแบนด์ ทั้งหล่อ ทั้งน่ารัก สูง 182 เซนติเมตร และรอยยิ้มที่กินใจสาวๆ ได้ทั่วโลก พอจับมาใส่สูท จากนักฟุตบอลเป็นนายแบบได้เลยทีเดียว
 

3. เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ (Claudio Marchisio) อายุ 28 ปี

 
เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ นักฟุตบอลชาวอิตาลี ปัจจุบันเล่นให้กับ สโมสรฟุตบอลยูเวนตุส และ กองกลางทีมชาติอิตาลี หนุ่มตาสวยนัยตาสีฟ้า หล่อเข้ม เท่ห์ แบบหนุ่มอิตาลีแท้ มีสเนห์ด้วยผมหยักศกน้อยๆ สมญานาม "เจ้าชายน้อย" Principino  ฉายาที่แม่ยกไทยเรียกกันว่า คุณชายมาร์คิ เพราะชอบแต่งตัวและสำอางค์มาก
 

4. โอลิเวียร์ ชิรูด์  (Olivier Giroud) 28 ปี

 
โอลิเวียร์ ชิรูด์ นักฟุตบอลสัญชาติฝรั่งเศส สโมสรอาเซนอลและกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส หนุ่มฝรั่งเศสเซ็กซี่แบบดิบๆ หล่อขี้เล่น และหุ่นบาดใจ กระชากใจสาวๆ เป็นนายแบบได้สบายมาก พร้อมส่วนสูงถึง 192 เซนติเมตร ขยันถ่ายแบบวาบหวิวการกุศลให้เหล่าแม่ยกกระชุ่มกระชวยอีกตั่งหาก

5. กาก้า Kaká (Ricardo Kaka)  อายุ 32 ปี

ริคาร์โด กาก้า นักฟุตบอลทีมชาติบราซิล กองหน้าสังกัดสโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน นักฟุตบอลที่ หุ่นดี สูง 186 เซนติเมตร ทั้งหล่อนิสัยดี  อบอุ่น น่ารัก จริงจังกับการทำงาน มีความสามารถ รักครอบครัว ไม่มีข่าวด้านลบยิ่งทำให้ดูหล่อเข้าไปใหญ่กาก้าเป็นหนุ่มบราซิลเชื้อสายโปรตุเกส และความสามารถที่มีทำให้เขาดูโดดเด่นและเป็นที่รู้จักในวงการฟุตบอลโลก
 

6. มาร์โก รอยส์ (Marco Reus) อายุ 25 ปี

 
นักเตะสัญชาติเยอรมัน ทีมสโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แฟนคลับอินทรีเหล็กเยอรมันคงรู้จักกันในฉายา “น้องไก่” ฉายามาจากทรงผมเอกลักษณ์ของมาร์โก ที่เพื่อนๆเรียกเค้าว่าเหมือนตัวการ์ตูนไก่Woody Woodpecker มาร์โก รอยส์ เป้นนักเตะฝีเท้าไม่ธรรมดา ส่วนสูง 181 เซนติเมตร หล่อแบบขี้เล่น กวนๆ น่ารักสดใส อนาคตไกล

7. ลูอิส โฮลท์บี้ (Lewis Holtby) อายุ 21 ปี

 
นักเตะสัญชาติเยอรมันอนาคตไกล ถูกจัดเป็น wonderkids ที่อายุน้อยและมีความสามารถ อดีตกองกลางทีมชาติเยอรมัน ปัจจุบันสโมสรฟูแล่ยืมตัว ลูอิส โฮลท์บี้ ส่วนสูง 176 เซนติเมตร รุปร่างหน้าตา ถือว่าหล่อ แบบสมัยนิยมเลยทีเดียว มีรอยยิ้ม และหน้าตายิ่งกว่าบอยแบนด์ จึงได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นนักเตะดาวรุ่งหน้าตาดีระดับโลก

8. เฟร์นันโด ตอร์เรส (Fernando Torres) อายุ 30 ปี

 
นักฟุตบอลสัญชาติสเปน สังกัดสโมสรChelsea ตอร์เรสเข้าวงการนักเตะมาตั้งแต่อายุ 19 และประสบความสำเร็จในอาชีพนักฟุตบอล ด้วยหน้าตาหล่อ ใส ปากชมพู แก้มแดง เลือดฝาด หล่อแบบเซอร์ ธรรมชาติ โดยเฉพาะทรงผมยาว ที่ทำให้ตอร์เรสมีเสนห์มากขึ้น
 

9. ธีโอ วัลค็อตต์ (Theo Walcott) อายุ 25 ปี

นักเตะหนุ่มอายุน้อย สัญชาติอังกฤษลูกครึ่งจาไมก้า สังกัดสโมสรปืนใหญ่อาเซนอล หล่อเข้ม โดนใจสาวๆ ด้วยส่วนสูง 175 เซนติเมตร  หล่อแบบคมเข้มละลายใจ

10. อิสโก้ ฟรันซิสโก โรมัน อาลาร์กอน (Francisco alarcon Isco) อายุ 22 ปี

 
นักเตะสัญชาติสเปน ส่วนสูง 176 เซนติเมตร กองกลางสังกัดสโมสรราชันย์ชุดขาวเรอัล มาดริด  นักเตะดาวรุ่งอายุน้อย มาดเท่ห์ ชอบไว้หนวดเคราบดบังความหล่อของตัวเอง แต่ก็บังไม่มิดหรอก หน้าตาดีแบบหนุ่มสเปน ตาสวยมาก หุ่นดี คมเข้ม หล่อแบบดิบ แฝงความน่ารักสดใสของวัยหนุ่มน้อย จึงติดโผนักเตะที่หล่อที่สุด
 
เห็นหน้าตาหล่อๆของเหล่านักเตะ ก็อาจจะทำให้สาวๆเปลี่ยนใจมานั่งดูฟุตบอลกันมากขึ้น สำหรับ World cup 2014 จะมีหนุ่มนักเตะหล่อๆคนไหนลงเตะบ้างก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ
 
By. Aey.Chk