วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

11 วิธีในการทำให้ชีวิตมีความสุข Happy Tips

ชีวิตคนเรานั้นมันช่างแสนว้าวุ่น ชุลมุนไปด้วยปัญหาหลากหลายสารพัด แค่เรื่องของตัวเราเองก็ปวดหัวพออยู่แล้ว ไม่พอยังจะมีปัญหาดราม่าจากคนอื่น ๆ รอบข้างเข้ามาให้ได้คิดอยู่เสมอ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องรัก เรื่องงาน เรื่องเงิน ไหนจะการบ้านการเมืองอีกเป็นโขยง แต่อย่าเพิ่งกลุ้มใจไปครับ ลองทำใจให้สบายแล้วอ่านแนวทางเหล่านี้ดู เป็นแนวทางง่าย ๆ ในการใช้ชีวิตให้มีความสุข โดยไม่ต้องหันไปพึ่งพายาเสพติด (ขนาดนั้น)

1.ตั้งเป้าความสุขให้กับตนเอง

อันดับแรกคงต้องหยุดคิดแล้วตั้งเข็มทิศของชีวิตให้แน่วแน่เสียก่อน เพื่อเป็นการกำหนดทิศทางของวันข้างหน้าอย่างชัดเจน ณ ตรงนี้เราคงต้องถามตัวเองเสียทีว่าเราทำอะไรแล้วมีความสุข และอะไรนั้นควรจะเป็นสิ่งที่ไม่เบียดเบียนใครด้วยถึงจะดี เมื่อคิดได้แล้วก็ลองตั้งใจให้ทุกวันข้างหน้าของเรามันกลายเป็นหนทางที่จะนำไปสู่สิ่งนั้น สิ่งที่เราสามารถทำได้อย่างมีความสุข ทั้งนี้แม้ว่าจะยังไม่ถึงจุดหมาย แต่เราก็จะเดินไปในทิศทางนั้นได้อย่างมีความสุขและเปี่ยมพลังแห่งศรัทธาก็พอ เช่นว่า เราอยากจะไปเที่ยวม่อนแจ่ม เราก็จะเก็บตัว เก็บตัง ตั้งใจทำงานและหาเงิน หาเวลาไปให้ได้สักครั้งนะโออิชิ อย่างนี้เป็นต้น

2.ลด ละ เลิก (ไม่ยึดติด)

ณ จุด ๆ นี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีของความสุขเลยทีเดียว เพียงแค่เรา ลด ละ เลิก ในสิ่งที่จะนำไปสู่การจะทำให้เราไม่สบายกาย สบายใจก็หยุดมันเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ ถือเป็นการตัดไฟต้นลม อะไรที่ทำแล้วไม่มีความสุขก็อย่าไปทำมันเสียเลย อาทิว่า เราจะไปขอเบอร์สาวโต๊ะข้าง ๆ แต่เหลือบไปเห็นคุณแฟนของเธอเสียก่อน ก็ควรจะยุติความคิดอันจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและจิตใจของเราเสียจะดีกว่า อันนี้ยังรวมไปถึงการทำใจให้พริ้วไหวอย่ายึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันจะไม่เกิดประโยชน์อีกด้วย ทางดนตรีนั้นเขานิยามแนวคิดลักษณะนี้ว่า อิมโพรไวส์ คือให้แก้ไขไปตามเกม อย่าไปยึดถือยึดติด อย่าคิดแบบมีอีโก้ ไม่โก้จริง ๆ เดี๋ยวจะมองไม่เห็นวิธีแก้ไข ซึ่งบางครั้งมันง่ายมากแทบไม่ต้องคิด แบบที่ลุงบลูซ ลี บอกเอาไว้ว่า Be water. My friend ไงครับ ล้ำเลิศจุง
 

3.ใช้ชีวิตบนทางสายกลาง (พอเพียง เพียงพอ ใช้ชีวิตแบบง่าย ๆ )

ทุกวันนั้นถึงวันนี้พวกเราพี่น้องชาวไทย ใช้ชีวิตกันแบบชิดซ้ายและแนบขวากันมากเกินไปหรือเปล่า ไม่มีลิมิตแบบนี้ชีวิตเหนื่อยเกินร้อยแน่ ๆ ครับ อะไรที่สุดโต่งเกินไปมักจะไม่สบายตัว สบายใจ อย่างเช่น หากเราใช้จ่ายระเริงปาร์ตี้กันทุกวัน สักวันเงินก็คงสูญหายไม่เหลือให้กลายเป็นมรดก แต่ถ้าเราแปลงร่างเป็นมนุษย์สุดประหยัดกินแต่ผัก กินแต่หญ้าแถวบ้านทุกวี่วัน จนร่างกายสูบผอม เงินที่สะสมมาก็คงไม่ทันใช้เรื่องอื่นนอกจากเอามารักษาตัวเอง คิดจะทำอะไรก็เช่นกัน อย่าโชว์พาวเยอะจะดีกว่า ลงทุนลงแรงอะไรก็อย่าเยอะ ค่อย ๆ ไปทีละน้อย เมื่อเห็นว่ามีกำไรดีขึ้นก็ค่อยเพิ่มค่อยขยาย ทางสายกลาง พอดี ๆ จะดีที่สุด มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้เหลือให้เก็บ

4.อย่าทำอะไรที่จะเป็นการประชดชีวิต

การประชดชีวิตไม่ว่าจะกับคนรอบข้างหรือกับตนเองส่วนใหญ่แล้ว เกือบ 100 % มักจะมีแต่เรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ต่อยน้ำ ขวิดกำแพง แซงสิบล้อ ทำหน้างอ ขว้างหินใส่ตุ่ม ผสมปูนกับน้ำหวาน ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่โอทั้งสิ้น เมื่อใดก็ตามที่เกิดอารมณ์หุนหัน อยากจะพลันแล่น ลองกลั้นใจแล้วนับ 1 ถึง 10 ในใจดู บางทีคุณอาจจะอารมณ์ดีขึ้น (ถ้าไม่ดีขึ้นให้นับไปถึง100 ถึง 1,000 หรือ 10,000 ดูนะครับ :D) ทุกอารมณ์ที่จิตใจเราคิดออก มันสงบความรุนแรงได้ เมื่อเวลาผ่านไป
 

5.ฝึกที่จะมองโลกในแง่ดี (และยิ้มให้คนอื่น)

การมองลองในแง่ดีนี่มันดีจริง ๆ นะครับ มันเหมือนการตัดไฟของปัญหาแต่ต้นลม ไม่ให้ลามเป็นไฟไหม้ทุ่งในจิตใจของเรา ผมเข้าใจว่าบางครั้ง สำหรับบางคนมันอาจจะยาก แต่ถ้าเราฝึกทำบ่อย ๆ ก็จะง่ายขึ้นครับ มันจะเป็นอัตโนมัติเองในเวลาต่อไปโดยที่เราไม่ต้องไปฝืนมันเลยทีเดียว เมื่อจิตใจเราดีแล้ว ต่อไปก็ลองแสดงออกให้คนรอบข้างรับรู้บ้างด้วยวิธีการง่าย ๆ อย่างการยิ้มให้ หากพวกเราทุกคนร่วมกันทำอย่างนี้อย่างจริงใจจนเป็นนิสัย ผมเชื่อว่าสักวันโลกมันคงเปลี่ยนไปในแง่ดีได้ของมันเอง  

6.หาเวลาออกกำลังกาย

การไม่มีลาบ เอ๊ย ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ อันนี้ผมอยากคอนเฟริม์ จากที่แต่ก่อนนั้นผมเคยสูบบุหรี่จัด ทำมานานก็ไม่เห็นเป็นไร อยู่มาวันดีคืนดีหายใจลำบากซะงั้น มีอาการเจ็บหน้าอกบริเวณใต้หัวใจ ถึงขั้นที่นอนหลับอยู่ยังสะดุ้งตื่นเพราะหายใจไม่ออก หรืออาการ ไอเจ็บคอ เป็นหวัด นี่ก็บ่อย จนต้องพยายามเลิก หักดิบมันซะอย่างนั้นเลย แรก ๆ นี่หงุดหงิดมากมาย พอหลังจากสองอาทิตย์ผ่านไป ก็ไม่นึกถึงมันแล้วล่ะครับ(ผมสูบมาเกิน10ปี) จากนั้นผมก็หันมาออกกำลังกายแทน ซึ่งก็เป็นฟิตเนตและปั่นฟิกเกียร์เป็นหลัก (แต่ฟิกเกียร์ช่วงหลังเริ่มไม่ค่อยมีเวลาเพราะผมทำงานทุกวัน แต่มีดัมเบลไว้ยกที่ออฟฟิศครับ)  ผลก็คือร่างกายแข็งแรงขึ้นอย่างรู้สึกได้ กล้ามเนื้อก็มาตามที่เรายก ตามที่เราออกกำลังกาย แม้จะไม่ถึงขั้นส่งตัวเองเข้าประกวดชายงาม แต่ก็รู้สึกดีและภูมิใจมากครับ แค่เราไม่กลับไปสูบบุหรี่ก็กรี๊ดให้ตัวเองมากแล้ว ส่วนใครที่ยากจะเลิกบุหรี่ หรืออะไรที่ไม่ดี ก็ขอแนะนำให้ทำเลยนะครับ และหันมาออกกำลังกายซะ เอาให้เหนื่อย ให้เหงื่อออกเยอะ ๆ ร่างกายจะบอกเราเองว่าอะไรควร อะไรไม่ควรครับ

7.ตั้งใจทำงาน ไม่ก็หางานอดิเรกทำ (ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ ก็ได้)

การตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายตามตำแหน่งหน้าที่เป็นอย่างดีนั้น นอกจากจะช่วยให้คุณมีสกิลการทำงานที่สูงขึ้นแล้ว ยังจะนำความเจริญในสายอาชีพของตนมาให้อีกด้วย อย่างไรก็ดีหากคุณยังไม่ต้องแบกรับภาระอันใหญ่ยิ่งนี้ ยังไม่ถึงวัยทำงาน การหากิจกรรมงานอดิเรกมาทำก็จะช่วยให้คุณเพลิดเพลินมีความสุขได้เช่นกัน ให้ทุกวันของคุณมีเป้าหมายที่จะทำอะไร และลงมือทำมันอย่างตั้งใจ ผลสำเร็จของความมานะมานีปิติชูใจจะช่วยให้คุณฟินแอนด์แฮปปี้ได้เช่นกันครับ

8.หาเวลาไปพักผ่อน ไปเที่ยวบ้าง อะไรบ้าง

เมื่อคุณเหน็ดเหนื่อยกับชีวิต หมดแรงไปกับการทำงานอย่างเอาเป็นเอาตายจนสายตัวเหมือนจะขาดไปแล้วหลายรอบ การหาเวลาไปพักผ่อนรีแล็กซ์เสียบ้าง จะช่วยให้คุณพาวเวอร์ฟูลได้อีกครั้ง ลองไปเที่ยวต่างประเทศ ต่างจังหวัด หรือต่างอำเภอก็ได้เท่าที่เวลาของคุณจะอำนวย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาตินั้นจะดีอย่างยิ่ง การกลับเข้าหาธรรมชาติจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจของคุณได้รู้สึกผ่อนคลายอย่างเต็มที่ เก็บเรื่องหนัก ๆ เอาไว้ที่บ้าน ส่วนข้างหน้าให้มีแต่ความสุข สนุก จากการท่องเที่ยวจะดีกว่า

9.ใช้สติในการแก้ไขปัญหา (ใช้ปัญญาค้นหาทางแก้)

หลายครั้งเมื่อมีปัญหาแล้วเราแก้ไม่ได้ มันจะยิ่งพาให้เราทุกข์ระบมไปทั้งหัวใจ มองไปทางไหนก็ไม่เห็นใครจะช่วยได้ ไปทำอะไรก็ไม่มันส์ เมื่อนั้นแล ชาวโลกเอ๋ย ให้ลองย้อนกลับมาก้มมองดูที่หน้าอกตัวเองจะเห็นเพื่อนแท้ ซึ่งนั้นก็คือตัวของเราเองผู้ที่ไม่เคยหนีไปไหน (ถ้ามันหนีได้มันอาจจะหนีไปแล้วเหมือนกัน 555) ทีนี้ให้ลองนั่งเงียบ ๆ ใจเย็น ๆ ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้สมองที่มันล้าได้พักก่อน “เพราะขั้นแรกของการแก้ปัญหา คือการไม่เพิ่มปัญหา” ทีนี้เมื่อใจสงบ ลองทบทวนปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ ดูว่าปัญหานั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ปัญหาเกิดที่ไหนก็แก้ที่นั่น ทีละจุดว่ากันไป ไม่มีเงินก็ต้องทำงาน ต้องประหยัด เจ็บไข้ก็รักษา เมื่อแก้ไขได้แล้วความสุขก็จะกลับมา และทุกอย่างก็จะกลายเป็นโกโก้ครั้น

10.ฝึกที่จะรู้จักแบ่งปันให้ผู้อื่น

อีกหนึ่งความสุขที่คู่ควรจะอยู่คู่กับโลกใบนี้ตลอดไปนั่นคือ ความสุขที่ได้มาจากการให้ นับเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีผู้ให้และผู้รับ ปรัชญาหนึ่งกล่าวไว้ว่า จงขอบคุณผู้รับที่ทำให้เรามีโอกาสเป็นผู้ให้ ผู้ให้ย่อมได้มากกว่าผู้รับ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการแบ่งปันนะครับ ไม่มีต้องเป็นของมีค่ามากมายก็ได้ สำคัญกว่าคือความตั้งใจดีที่จะแบ่งปันผู้อื่นมากกว่า

11.ไม่เก็บเรื่องที่ไม่จำเป็นมาคิด (อย่าทำเรื่องนิด ๆ ให้เป็นเรื่องใหญ่)

เกิน 50% ของเรื่องที่เราคิดมักจะเป็นเรื่องเรื่อยเปื่อย ไม่มีประโยชน์ แต่ก็มักจะไม่ได้เป็นอันตรายต่อเรา ทำนองว่าคิดไปชิล ๆ ขำ ๆ ไม่เดือดร้อนใคร และมีอีกเกิน 50 % ที่มักจะเป็นการกลุ้มใจจากปัญหาที่ยังไม่เกิดขึ้นมาคิด ตีโพยตีพาย ต่าง ๆ นานา บางคนคิดจนทุกข์ คิดจนลำบาก อันนี้ก็ต้องระวัง เรื่องบางเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของเรา เป็นเรื่องของชาวบ้านเขา ยิ่งไม่ควรเก็บมาคิด อย่างแฟนของเพื่อนเขาบอกเลิกกัน ไม่ใช่บอกเลิกเรา อย่าไปเก็บมาคิด อย่าไปทุกข์กับเขา คอยให้กำลังใจเขาเสียจะมีประโยชน์กว่า เมื่อหมดภาระหน้าที่เพื่อนหมดปัญหาจะปรึกษา ก็ปล่อยปัญหาทิ้งไว้ตรงนั้นอย่าเอากลับบ้านด้วยจึงจะดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น